ตอนที่ 4
เสียงที่สวรรค์ร่ำร้อง
อืมนี่ซินะคนที่ท่านผู้นั้นคัดสรรค์ น่าสนใจนี่ ไว้สักวันคงได้เจอกัน เสียงจากที่ห่างออกไกลออกไปใฝ่หาผู้ที่ตนเรียก
อึก! ไฮสะดุ้งตื่น
เอะใครเรียกเรา.ก็ไม่มีใครเรียกหาเรานี่ ช่างเถอะนอนต่อดีกว่า' ไฮได้แต่คิดพร้อมกับเตรียมตัวเข้านอนต่อ
คิดอีกทีออกไปรับลมข้างนอกก็คงดี ว่าแล้วไฮก็เดินไปที่หน้าต่างรับลมเย็นๆยามค่ำคืนและได้แต่นึกว่าใครกันนะที่เรียกเขาในเวลาเช่นนี้ ระหว่างคิดไปคิดมาเขาก็เข้าสู่ภวังนิทราเนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
********************
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงแรมที่พวกไฮพักเมื่อคืนป้ายหน้าร้านบอกถึงชื่อโรงแรม สวีตดรีมซ์ (Sweet Dreamz) ชื่อนี้ชวนให้ไฮขนลุกยิ่งนักเนื่องจากเมื่อคืนวานเขาคิดว่าเขาคงถูกผีอำ
น่าจะตั้งชื่อโรงแรมว่า ไมท์แมร์นะเนี่ย นอนไม่สบายเอาซะเลย ไฮถอนหายใจ
เมื่อคืนมีอะไรหรอจ๊า เสียงเด็กสาววัยเดียวกับเขาถามไฮ
เออไม่มีอะไรหรอกครับแค่เหมือนมีใครเรียกผมเมื่อคืนนะ ไฮอธิบาย
งั้นคงไม่มีปัญหาอะไรสินะ ลูน่าถามด้วยความเป็นห่วง
ไม่มีฮะเชื่อผมสิ
เหอะงั้นถ้าไม่มีอะไรพวกเราอย่ามัวชักช้าอยู่เลยรีบไปหาสหายข้ากันเถอะ เพราะหลังจากนั้นเราต้องจัดเตรียมเสบียงเพื่อออกเดินทางต่อ เสียงเข้มออกคำสั่ง
********************
เมืองที่พวกไฮมาถึงนั้นมีชื่อว่า ไลท์สตรีท (Light Street) เป็นเมืองที่สว่างไสวตลอดเวลาเป็นเมืองแห่งการเที่ยวกลางคืนอย่างแท้จริง ทุกคนเลยขนานนามเมืองแห่งนี้ว่า เมืองที่ไม่มีวันหลับ กลางเมืองแห่งนี้มีหอคอยที่ถูกเรียกว่า Lighthouse of Knowledgeหรือ เรียกอีกอย่างว่า ประภาคารแห่งความรอบรู้ เป็นที่รวมตัวของเหล่าหนุ่มสาวเนื่องจากเป็นที่ที่สามารถเห็นทิวทัศน์รอบเมืองอันแสนสวยงาม และที่นี่ยังเป็นที่ที่จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่อาศัยอยู่ด้วย พวกของไฮได้มาถึงที่นี่เมื่อคืนวานจึงได้เขาพักที่โรงแรมที่ใกล้ที่สุดเท่าที่พวกเขาจะหาได้เนื่องจากโรงแรมในตัวเมืองนั้นทั้งราคาสูง ทั้งแน่นหนาไปด้วยผู้คน เหตุผลที่ลูเธอร์แวะที่แห่งนี้ก่อนก็เพื่อเตรียมของทุกอย่างให้พร้อม และเดินทางไปเจอกับสหายเก่า กาเดส (Gardess) จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งห้วงเวลาที่เฝ้าประภาคารแห่งความรอบรู้อยู่
โอ้วไม่ได้เจอกันนานนะลูเธอร์ หลังจากสงครามครั้งนั้น กาเดสทักทาย
เช่นกันกาเดส นายดูแก่ลงไปเยอะนะ ลูเธอร์เย้ยยัน
นายก็เหมือนกันแหละไอแก่ กาเดสเย้ยกลับ
แล้วสองคนก็หัวเราะปล่อยให้ไฮกะลูน่างงในท่าทีของทั้งสองเนื่องจากคำพูดที่สองคนปล่อยใส่กันนั้นเหมือนกับชวนวิวาทกันมากกว่า
ฉันว่าเราไปเดินเล่นในเมืองกันก่อนเถอะปล่อยให้ท่านทั้งสองคุยกันไปก่อน ลูน่าชวนไฮ อืมตามนั้นแล้วกัน ไฮตอบกลับทันทีเพราะอยู่ต่ออาจเป็นการเสียมารยาท
********************
ณ ตลาดเมืองไลท์สตรีทบรรยากาศตอนนี้ครึกครื้นมากเพราะตอนนี้ก็เริ่มสายได้ที่แล้วไฮกับลูน่าตกใจในปริมาณคนและความใหญ่ของตลาดเพราะตลาดนั้นใหญ่เกือบ 1/3 เท่าของเมือง
เยี่ยมไปเลยเนอะไฮ ผู้คนดูท่าทางร่าเริงดี ลูน่าถามความเห็น
ผมก็ว่างั้นแหละพวกเราไปเดินหาของกินกันเถอะนี่ก็เริ่มจะใกล้เที่ยงแล้ว ไฮตอบกลับพร้อมชวนลูน่ากินข้าวเที่ยง
นั้นสิกระเพาะฉันถามหาอาหารแล้ว อิอิ ลูน่ายิ้มเล็กยิ้มน้อย
ฮะฮะ ปล่อยให้หิวไม่สมกับเป็นองค์หญิงเลย ไฮปล่อยมุขใส่แล้ววิ่งแลบทันที
โหกะกัดฉันทีเผลอหรอ..อะ..หยุดเดี่ยวนี้นะมาให้ฉันกดหัวสะดีดี ลูน่าวิ่งไล่ตามทันใด
ลูน่านั้นตอนที่โดนไฮหยอกล้อก็ได้รู้ถึงความรู้สึกของเด็กชายที่เปิดกว้างกับเธอมากขึ้นเนื่องจากเมื่อก่อนนั้นไฮแทบจะไม่หยอกล้อเธอหรือ กลั่นแกล้งเธอมาก่อน และไฮก็เริ่มบรรยายความรู้สึกผ่านทางสีหน้ามากขึ้น ลูน่าก็ดีใจกับไฮด้วยเนื่องจากตอนนี้ไฮเหมือนกับไม่เหลือทิฐิกับโลกแห่งนี้อีกแล้ว
ส่วนไฮก็คิดกับลูน่าว่าเมื่อก่อนนั้นเธอได้แต่เก็บอารมณ์ไว้ที่ตัวเธอคนเดียวพร้อมกับไม่ค่อยแสดงความรู้สึก ถึงตอนนี้เธอเริ่มแสดงความรู้สึกมากขึ้นจึงได้รู้ว่าเธอก็เป็นเด็กสาวที่ร่าเริง ไม่ถือตัวอย่างที่เขาเคยคิด
โอ้ยผมเหนื่อยแล้วพอเถอะลูน่า ไฮรีบแก้ตัวทันทีเมื่อเขาเริ่มไม่มีแรงจะวิ่ง
งั้นก็มาให้ฉันบีบหัวซะดีดี ลูน่าเอ่ยด้วยรังศีอัมหิตซึ่งไฮก็รู้สึกได้
พอเถอะผมว่าเรากินข้าวกันเถอะ ไฮเปลี่ยนเรื่องหวังให้ลูน่าคล้อยตาม
เอางั้นก็ได้ ลูน่าถอนหายใจ
เอาร้านนี้แล้วกัน บลูซี (Blue Sea) เห็นว่าดังสุดๆในตลาดไลท์สตรีทด้วย ไฮแนะนำ
เอ่ะนายได้ข้อมูลพวกนี้จากไหน ลูน่าสงสัยอย่างหนักเพราะไฮพึ่งมาถึงที่นี่เพียงแค่วันเดียวกับรู้เรื่องร้านอาหารของที่นี่เป็นอย่างดี
ถามคนรอบข้างเอาละครับระหว่างที่วิ่งหนีลูน่ามา ไฮไม่วายกัดลูน่าต่อ
เหอะๆงั้นหรอ ตามนั้นก็ได้กินร้านนี้แล้วกัน ลูน่าโชว์หน้าบอกบุญไม่รับ
ผมลืมไปอย่างนะ ไฮพูดกับลูน่าต่อ
ลืม? ลืมอะไรหรอ? ลูน่าสงสัยในสิ่งที่ไฮลืมเอาไว้
ผมไม่มีเงินคร๊าบบบบ! ไฮตะโกน
เรื่องแค่นี้ต้องตะโกนด้วย!! เงินฉันพกมานะ ลูน่าหมดความอดทนกับกริยาของไฮในตอนนี้จึงตะโกนกลับ
หลังจากเข้าไปในร้านอาหารแล้วก็รีบหาที่นั่งหวังว่าจะได้รีบสั่งอาหาร พนักงานเสิร์ฟประจำร้านนำเมนูมาให้ไฮและลูน่าดู ไฮนั้นช็อคเล็กน้อยที่เมนูอาหารนั้นแทบจะเหมือนกับโลกที่เขาเคยอยู่มาเกือบทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักและได้เริ่มสั่งอาหาร ไฮสั่ง สตูแกะ ส่วนลูน่าสั่งสลัดผัก แล้วทั้งคู่ก็เริ่มสนทนาต่อ
นี่ไฮนายยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าโลกที่นายอยู่มันเป็นยังไง ลูน่าที่ยังค้างคาใจเรื่องที่อยู่เดิมขอไฮยิงคำถามใส่ทันที
ไฮก็อธิบายให้ลูน่าฟังอย่างละเอียดจนอาหารได้มาเสิร์ฟอยู่ที่หน้าพวกเขา ซึ่งไฮก็เล่าเกี่ยวกับที่มาที่ไปเขาจบพอดี
กินกันเถอะฉันว่าเราควรรีบกลับแล้วละ ลูน่าออกความเห็น
นั้นสิเดี่ยวลูเธอร์จะเป็นห่วงเอา ไฮเห็นด้วย
********************
ตัดมาที่บทสนทนาของลูเธอร์และกาเดส
กาเดส นายว่าไหมว่าช่วงนี้สมดุลโลกเหมือนขาดหายไป ลูเธอร์เริ่ม
นั้นแหละที่ทำให้ข้าอยากเจอ นายเร็วเพราะตอนนี้มันส่งผลไปทั่วทั้งทวีปแล้ว กาเดสเอ่ยขึ้นมาด้วยความเหนื่อยใจ
สงครามจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และคงในไม่ช้านี้ด้วย ข้าเลยอยากจะขออะไรจากเพื่อนร่วมรบอย่างนายสักหน่อยนะ กาเดส ลูเธอร์เริ่มเข้าสู่ประเด็นหลักที่ทำให้เขามาที่นี่
ว่ามาเลย สหายข้า กาเดสไม่กายเกี่ยง
ข้าต้องการคนร่วมเดินทางเพิ่มเพราะลำพังพวกข้า 3 คนไม่รู้ว่าจะไปสู้กองทัพนับร้อยยังไงก็คงไม่ไหว ลูเธอร์เอ่ยถึงจุดบรพร่องทีมเดินทางของเขา
เจ้าต้องการให้ข้าหาคนมากี่คน กาเดสถาม
สักสองคนคงพอเพราะข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากเมืองอื่นด้วยลำพังเมืองนี้อาจทำให้กำลังรบที่นี่ไม่พอ ลูเธอร์เอ่ยถึงความเป็นไปได้
งั้นเจ้านำศิษย์ข้าไป อัลเทียร์ กับ เอลี่ สองคนนี้เป็นพี่น้องกันเดี่ยวข้าจะแจ้งไปหาสองคนนั้นอีกที กาเดสเสนอ
พวกเรากลับมาแล้ว ครับ/ค่ะ ไฮและลูน่าเอ่ยแทรก
งั้นข้ามาใหม่พรุ่งนี้เจอกันสองคนนี้มาละ ลูเธอร์กล่าวลา
เช่นกัน กาเดสเอ่ยกลับ
********************
ณ คืนวันนั้นกองทัพปีศาจได้ประชุมอีกครั้งเนื่องจากไวนัมไม่มีวี่แววว่าจะกลับหรือติดต่อมาเลย
จาเน็ตข้าว่าข้าคงต้องส่งเจ้าไปอีกรอบแล้วละแต่งวดนี้ข้าในงานใหม่เจ้า หัวหน้ากลุ่มพูด
ตามนั้นก็ได้นายเหนือ ว่าแต่ว่ามันงานอะไรหรอค่ะ จาเน็ตตอบกลับ
กำจัดจอมเวทห้วงเวลาที่โด่งดังคนนั้น หัวหน้าพูดเสียงเหี้ยม
ตามนั้นก็ได้ค่ะ. งั้นข้าไปละนะ จาเน็ตตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจ แล้วก็จากไป
ฮึมมันหายไปไหนนะเจ้าไวนัม หัวหน้าบ่นเล็กๆพร้อมมองกลับไปที่แผนที่กลางโตะประชุมเพื่อจะวางแผนการรบ ชาโดว์ตามจาเน็ตไปด้วยฉันไม่ค่อยไว้ใจจาเน็ตสักเท่าไรเพราะเจ้าจอมเวทนั้นเดิมทีมันเป็นอาจารย์ของจาเน็ตข้าเกรงว่ามันจะไม่ทำตามคำสั่ง
รับทราบ ชาโดว์ตอบรับแล้วจากไป
งวดนี้ผลงานน่าจะเป็นที่พอใจข้าบ้างนะ หัวหน้ากลุ่มเกาคางแล้วบ่น
********************
เช้าวันใหม่ ณ โรงแรมสวีตดรีมไฮได้เปลี่ยนภาพพจน์ของโรงแรมสวีตดรีมโดยการพูดถึงความดีความชอบของโรงแรมแห่งนี้
จริงๆแล้วโรงแรมนี้ก็ดีใช้ได้นี่นาทำไมเมื่อคืนที่แล้วฉันนอนไม่สบายหว่า ไฮบ่นกับตัวเอง
นั้นไงว่าแล้วว่ามันต้องมีอะไรคืนนั้นจริงๆด้วย ลูน่าที่แอบได้ยินไฮบ่นเสนอตัวออกมาทันที จิ๊กกกก ไม่มีอารายจริงคร๊าบนายหญิง ไฮทำหน้าตกใจแล้วรีบถอนคำพูดเรื่องที่เขาบ่นสักครู่นี้
หรอจ๊า. แล้วทำไมถึงเรียกฉานนนนว่านายหญิงงละ หึหึ อย่างงี้มันวอนซะแล้ว * * ลูน่าเตรียมร่ายคาถาเพื่อจู่โจม
โอ๋ยหยดหยองหนีดีฟ่า ไฮกลัวเลยวิ่งหนีไป
นี่ฉันต้องมาวิ่งตามนายรอบที่สองหรือเนี่ย - - ลูน่าบ่น
พวกเราไปได้แล้ววันนี้ต้องออกเดินทางแล้วนะ ลูเธอร์ตะโกนมาแต่ไกล
วันนี้รอดไปนะไฮ ลูน่าบ่นอุ๊บอิ๊บเล็กน้อย
********************
ณ ประภาคารแห่งความรอบรู้ กาเดสและศิษย์เอกสองคนได้ยืนรอลูเธอร์ซึ่งระหว่างรอนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจาเน็ตได้ออกมาโจมตีพวกเขาสามคน
จาเน็ตนี่เจ้าไปเข้ากับพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไร กาเดสที่เห็นศิษย์อันดับ 1 ของตนไปเขาฝั่งฝ่ายตรงข้ามก็ตกใจยิ่งนัก
เมื่อไรข้าไม่รู้แต่วันนี้ข้ามีงานต้องทำคือกำจัดท่านอาจารย์ จาเน็ตพูดจบก็เข้าโจมตีทันทีถึงแม้เธอจะไม่อยากฆ่าอจารณ์เธอก็ตามที
พูดไม่รู้เรื่องอย่างงี้ข้าขอเป็นคู่มือให้เจ้าแล้วกัน อัลเทียร์ออกไปรับมือกับจาเน็ต
ชิเจ้าเด็กอ่อนหัดเมื่อวานซืน จาเน็ตที่ได้เห็นอัลเทียร์ที่มีฝีมือมากกว่าเมื่อก่อนก็ระวังตัวเต็มที่
Scarlet Craw!!
ท่าประจำตัวของจาเน็ตเป็นการเปลี่ยนกรงเล็บของตัวเองให้เป็นสีแดงสดตามชื่อของมันพละกำลังการทำลายเพิ่มขึ้นเท่าตัวสามารถตัดได้แม้กระทั่งเพชรที่แข็งที่สุดในโลก!
มาถึงก็เล่นเอาจริงเลยหรองั้นข้าก็เอามั่ง อัลเทียร์เอาจริงเช่นกัน
Summon Wyvern!!
อัลเทียร์เรียกสัตว์อสูรของตนเองที่มีรูปร่างเหมือนมังกรออกมาร่วมสู้ไม่มีความแตกต่างจากมังกรสักเท่าไรหนักจะมีก็แต่มีขาเพียง 2 ขาและมีแผงหลังที่ใหญ่โตและแหลมคม
Soul in Shinryu!!
อัลเทียร์สามารถแปลสัตว์อสูรของตนเป็นวิญญาณเพื่อเข้าสิงสู่ในสิ่งของได้ผลที่ได้ตามมาก็คืออาวุธจะมีรูปร่างที่ค่อนข้างคล้ายกับสัตว์อสูร สำหรับกรณีของไวเวิร์นนั้นจะทำให้อาวุธมีรูปร่างเหมือนแผงหลังของไวเวิร์น และพลังการทำลายล้างเพิ่มขึ้นพร้อมกับได้ความสามารถเฉพาะของอาวุธมา
การต่อสู้ระหว่างหนุ่มผมฟ้ากับสาวผ้าคลุมเป็นไปอย่างยาวนานทำให้ชาโดว์ที่แอบอยู่คิดว่าจาเน็ตไม่เต็มใจทำงานจึงบุกออกมาเช่นกัน
ไอแก่นี่คือวันตายของแก ชาโดว์กระโดดออกมาจากหลุมที่ตนแอบอยู่
ฉันรอแกออกมาตั้งนานแล้ว เอลี่พูดพร้อมกับปล่อยเวทที่ตนร่ายทิ้งไว้
Rays of Vermillion!!
เวทมนตร์ธาตุไฟที่ใช้ลำแสงสีส้มนับร้อยพันเข้าโจมตีศัตรูที่ผู้ร่ายเล่งไว้เป็นเวทโจมตีรายบุคคลที่ใช้เวลาร่ายนานมากถึงแม้จะร่ายนานมากอนุภาพก็รุนแรงมากเช่นกัน แสงสีส้มนับร้อยพันเข้าโจมตีชาโดว์ซึ่งก็ไม่สามารถจะทำอะไรชาโดว์ได้สักเท่าไรเนื่องจากเขาได้เตรียมตัวรับมือกับจอมเวทไว้อยู่แล้ว
Water Body!!
สร้างพื้นรอบๆตัวผู้ใช้เทคนิคนี้ไม่ถือว่าเป็นเวทแต่จะถูกใช้โดยนินจาผ่านคัมภีร์ ผลจะตามกันไปตามธาตุของคัมภีร์ส่วนในตอนนี้คือธาตุน้ำ
หึหึแค่นี้ก็จบแล้ว ชาโดว์ยิ้มเล็กๆ
ชิมะกี้เราทุ่มสุดตัวคงร่ายเวทไม่ได้แล้ว สาวผมส้มเจ็บใจในความผิดพลาดที่ตนทำ
ลาขาดละไอจอมเวทแก่
Illusion!!
ร่ายแยกของชาโดว์ชายผมดำได้ถูกใช้ออกมาแล้วรวมกันเข้าไปโจมตีซึ่งก็ไม่มีท่าทีจะทำอะไรกาเดสได้
หรือว่าแกใช้ mirror shield!! ชาโดว์ตกใจอย่างหนักเนื่องจากไม่เห็นคนใช้เวทนี้มานานแล้ว
Mirror Shield!!
เวทเกราะป้องกันอันเข้มแข็งที่สามารถกันได้แม้กระทั่งการโจมตีจากหลายทิศทางนอกจากนี้มันยังสามารถสะท้อนการโจมตีกลับไปยังผู้ทำการโจมตี
อัก.! แกทำได้แสบนักเจ้าแก่วันนี้คงเป็นวันไม่ดีของแกแล้วละ ชาโดว์ในตอนนี้โกรธมากจนทำให้เขาใช้วิชาต้องห้ามที่นินจาไม่ควรใช้ซะแล้ว
ฆ่าอยากฆ่าเย็นนะงั้นตายไปพร้อมๆกะข้าซะเถอะ ชาโดว์พูดขึ้นพร้อมกับตั้งท่า
Last Word!!
วิชาต้องห้ามของนินจาที่ทำให้ทั้งผู้ใช้และผู้โดนโจมตีตายไปพร้อมกัน ออร่าสีแดงกระจายไปทั่วตัวชาโดว์ ออร่านี่เกิดจากการกระจายเลือดทั่วร่างจนถึงขีดสุดเพื่อเรียกพลังเฮือกสุดท้ายออกมาโจมตีศัตรู
ฟริ้ววว เสียงขึ้นมาพร้อมกับร่างของชาโดว์ที่พุ่งไปอีกฝั่งของร่างกาเดสและสลายหายไป ส่วนทางด้านกาเดสนั้นก็ล้มลงพร้อมบาดแผลทั่วร่างที่เกิดจากการฟันของชาโดว์ที่สลายหายไป พร้อมๆกับที่กาเดสล้มลงไปกองลงกับพื้นเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณของตนทิ้งไว้
อะ.อาจารณ์!!!! เอลี่กริ๊ดร้องด้วยความเสียใจเนื่องจากอาจารณ์ที่เธอเชิดชูได้สิ้นชีพไปเสียแล้ว
จาเน็ตมี่แกตั้งเป้าหมายไว้แต่แรกแล้วใช่ไหม!! วันนี้แกอย่าอยู่เลย!!เสียงของหนุ่มเสื้อฟ้าแสดงถึงความโกรธเต็มที
ชิไม่คิดว่าจะเกิดเหตุอย่างงี้ข้าไปก่อนละ จาเน็ตที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาฆ่าอาจารณ์เมื่อเห็นภาพเช่นนี้เธอก็คงได้แต่ฉากหลบออกไป
พวกไฮที่ได้ยินเสียงต่อสู้จึงรีบวิ่งมาที่ประภาคาร ภาพที่ปรากฎต่อหน้าทุกคนคือกาเดสผู้แข็งแกร่งที่เคยร่วมสงครามกับลูเธอร์มาแล้ว
เฮ้ยใครทำเรื่องอย่างงี้ฟระลูเธอร์ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
พวกเราไม่รู้หรอกแต่เรารู้แค่ว่าพวกของลูกศิษย์อาจารณ์ที่ชื่อว่าจาเน็ตแหละครับ อัลเทียร์อธิบายให้ลูเธอร์ฟัง
ซิก.. เอลี่ยังคงร้องไห้ต่อไปเธอยังคงทำใจไม่ได้กับเรื่องที่อาจารณ์ของเธอได้ถูกฆ่าทั้งๆที่เธอน่าจะปกป้องเขาได้
"ฮืมจาเน็ตหรอฉันจะจำชื่อไว้ ลูเธอร์พูดอย่างเครียดแค้น
พวกข้าตามท่านตามคำสั่งสุดท้ายของอาจารณ์แล้วกันท่านลูเธอร์ตกลงตามนั้นนะ อัลเทียร์ข่มอารมณ์แล้วทำตามคำสั่งที่กาเดสได้รับมอบหมายเอาไว้ก่อนตาย
“รีบตามหามันเถอะแล้วข้าจะฆ่ามันด้วยดาบเล่มนี้เอง ที่ที่มันรักษาตัวคงไม่ไกลอย่างป่าแห่งหมอก ใกล้เมทัลลิคซิตี้แนะๆ (Fog Forest of Metallic)”ลูเธอร์ยกดาบขึ้นมา ดาบของลูเธอร์นั้นถือเป็น 1 ดาบวิเศษของกษัตริย์ที่ครองสืบต่อกันมาต่างจาก เอ็กซ์คาลิเบิลตรงที่ว่ามันไม่เลือกเจ้าของมันคงเป็นได้แค่ของในพระคลังเท่านั้นแต่เนื่องจากว่าลูเธอร์ไม่สามารถใช้เอ็กซ์คาลิเบิลได้แล้วจึงต้องนำดาบเล่มนี้ออกมาแทย ดาบมีชื่อว่า Sword of Reburial มีความสามารถในการฆ่า undead โดยเฉพาะ
********************
ชิช้าไปหรือเนี่ย ขอโทษด้วยท่านจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ท่านต้องมาตกชะตากรรมเช่นนี้ เสียงที่เคยพูดคุยกับไฮได้พูดขึ้น
ไม่เป็นไรหรอกข้าสมควรจะตายตั้งนานแล้วละ กาเดสตอบกลับ
งั้นก็ไม่ว่ากันไปเถอะไปที่ๆดวงวิญญาณสมควรอยู่ เสียงนั้นตอบกาเดสกลับ
จบตอนที่ 4
edit @ 16 Oct 2007 08:36:15 by ~Hieji Miharashi~
edit @ 20 Mar 2008 12:48:39 by ~Hieji Miharashi~









